Labels

9.12.2011

ที่ภูมิรักษ์ธรรมชาติ

พยายาม export มาจาก dhon-nonstop แต่ไม่สำเร็จ  ลองวิธี simple แบบนี้ก่อนก็แล้วกัน

รู้จักอ.ปัญญา
เรียนรู้ที่ภูมิรักษ์
เก็บเล็กผสมน้อยเป็นงาน
Outdoor 4 ภาค
นาลอยน้ำ






ที่มาที่ไป ... ชื่นใจฯ มัธยม

ได้ตอบคำถามผู้ปกครองที่อยากทราบความเป็นมาของโครงการชื่นใจได้เรียนรู้มัธยมไปดังนี้ค่ะ
  • เดิมนักเรียนจะทำชื่นใจฯ เป็นกลุ่ม บางครั้งกลุ่มเล็ก บางครั้งทั้งห้อง มีการแสดงละคร และเน้นงานที่เป็นเิชิงสังคมเยอะ  ซึ่งก็มีข้อดีตรงที่สร้างจิตสำนึกและเน้นการคิดสร้างสรรค์  แต่มีนักเรียนจำนวนหนึ่งต้องตามใจเพื่อนมากกว่าได้ทำสิ่งที่ตัวเองอยากเรียนรู้  และใช้เวลา 1 สัปดาห์สุดท้ายเร่งทำ production กัน  ตะลุยทำกัน 2-3 วันเท่านั้น  
  • แนวทางการพัฒนาเด็กมัธยมต้นที่มีเป้าหมาย "ท้าทายศัำกยภาพในวัยมัธยม" และให้รู้จักตนเองไปกับการฝึกทักษะการทำงาน และทักษะการจัดการความรู้ได้ภายในเวลา 3 ปี คือ ชั้น 7-9 จึงได้จัดปรับ วางแนวคิด วิสัยทัศน์กันใหม่  เพื่อให้เด็กๆ ได้ฝึกการทำงานอย่างเป็นระบบ และมีคุณภาพ เน้นกระบวนการก่อนนำเสนอ 
  • ส่วนทักษะด้านการแสดง การสร้างสรรค์ซึ่งได้ฝึกฝนมาช่วงที่อยู่ประถม ก็จะมีอีกหลายกิจกรรมที่มัธยมเปิดโอกาสให้ได้ทำงานกลุ่ม และงานสร้างสรรค์ ฯลฯ
กระบวนการทำงาน
  • เราใช้แนวทาง problem-based learning  โดยให้นักเรียนแต่ละคนกำหนดโจทย์ของตัวเองตามความสนใจ  ฝึกการตั้งคำถาม และหาคำตอบด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และฝึก sensing ของตัวเอง  
  • นักเรียนจะเลือกคุณครูที่ปรึกษาอย่างน้อย 1 คนเป็นโค้ชเพื่อทำงานประมาณ 10 สัปดาห์ ซึ่งจะต้องมาพบกันอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
  • คุณครูที่ปรึกษาเป็นส่วนที่มีความสำคัญกับกิจกรรมนี้อย่างมาก ดังนั้นจึงไม่ใช่เพียงคนที่นักเรียนอยากได้มาเป็นเพื่อนคู่คิด แต่ต้องเป็นคนที่มีความสนใจหรือความรู้ในเรื่องนั้นเพียงพอที่จะให้คำแนะนำ หรือตั้งคำถามได้  ดังนั้น บางโครงงานฯ อาจมีคุณครูมากกว่า 1 คน
  • ในส่วนกระบวนการ "หาคำตอบ" มีได้หลากหลายวิธี  เท่าที่เราเห็นบ่อยๆ คือ การค้นคว้า (ซึ่งบางคนก็ใช้การสัมภาษณ์) การทดลอง ทำสำรวจ หรือผสมกัน  เมื่อได้ผลก็มาคิดวิเคราะห์ต่อเนื่องไปเรื่อยๆ  โดยมีคุณครูเป็นโค้ชให้ค่ะ
  • คุณครูให้นักเรียนใช้ตารางบันทึกการทำงานเป็นรายสัปดาห์  กับแนวการประเมินการทำงานซึ่งได้แจกให้นักเรียนไปแล้วตั้งแต่เริ่มทำงาน ซึ่งควรต้องนำมาพบครูทุกครั้ง และส่งในวันนำเสนอ
  • ส่วนเรื่องการประเมินผล  นักเรียนกับครูจะตกลงกันว่า ใครอยากเน้นเรื่องอะไรในชื่นใจฯรอบนี้ ก็จะให้คะแนนก้อนนี้มาก-น้อยก็แล้วแต่  ทั้งสองตารางนี้  ปรับขึ้นมาจากการทดลองใช้เมื่อปีที่แล้ว  แต่ก็ยังมีเรื่องต้องปรับปรุงอีก  ช่วยกัน comment มาได้นะคะ 

ตารางนำเสนอโครงงานชื่นใจฯ ครั้งที่ 1-2554 ชั้น 8 & 9


วันที่ 13-16 กันยายน 2554  นักเรียนชั้น 7-8-9 จะนำเสนอโครงงานรายบุคคล หรือโครงงานชื่นใจฯ ซึ่งจะตอบคำถามที่นักเรียนแต่ละคนเลือกเอง  โดยใช้เวลาประมาณ 10 สัปดาห์เพื่อทำงานกับคุณครูที่ปรึกษา และจะนำเสนอเป็นเวลา 10 นาที (อาจถึง 12 นาทีได้)  หลังจากนำเสนอแล้ว ก็ต้องตอบคำถามด้วย

ในปีที่ผ่านมา การนำเสนองานครึ่งปีแรกจะให้นักเรียนเป็นฝ่ายเชิญผปค. และเป็นไปตามความสมัครใจ  แต่ในครึ่งปีหลัง ส่วนงานมัธยมจะเป็นผู้เชิญผปค.เอง  อย่างไรก็ตาม ก็ขอแจ้งให้ทราบตารางการนำเสนอของเด็กๆ ไว้ก่อน หากใครสนใจจะเข้ามาชมก็เลือกหัวข้อเข้าชมได้ค่ะ

ของชั้น 8/1

ของชั้น 8/2




lab ดิน น้ำ พืช และสัตว์หน้าดิน

ดูสีนะ ... เห็นความแตกต่างมั้ย
lab สำหรับชั้น 7 และ 8 มีครูน้อง และครูบอลช่วยกันกับเด็กๆ จัดสถานีการเรียนรู้  เพื่อฝึกทักษะทางวิทยาศาสตร์  เด็กๆ ตั้งอกตั้งใจมากจริงๆ  แล้วก็มีการนำเสนอการค้นพบของแต่ละกลุ่มด้วย 
กลิ่นนี้บอกอะไร ... แต่ท่าทางจะเหม็น

ดูให้ละเอียดด้วยกล้องจุลทรรศน์
พี่ชั้น 8 นำเสนอผลการค้นพบ
ทักษะการสังเกตเป็นทักษะขั้นพื้นฐานสำหรับการเรียนรู้ด้วยตนเองและเป็นเรื่องที่ต้องฝึกเพื่อให้สามารถใช้ผัสสะพื้นฐาน คือสายตา การดมกลิ่น ความรู้สึก แล้วประมวลออกมาเป็นข้อสรุป

นักเรียนแต่ละคนจะมีคู่มือที่ต้องใช้ เช่น สัตว์หน้าดิน มีภาพประกอบที่จะช่วยแยกแยะสัตว์ขนาดเล็กๆ  และบอกลักษณะเฉพาะตัว รวมทั้งเห็นสภาพแวดล้อมและการดำรงชีวิตของสัตว์แต่ละชนิด

บันทึกก่อนช่วยกันวิเคราะห์
ต่อจากนั้นค่อยเริ่มใช้เครื่องมือที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ เช่น ใช้กระดาษลิตมัส  หยดสารเคมี และใช้อุปกรณ์อย่างกล้องจุลทรรศน์

เด็กๆ จะได้ฝึกการสังเกต เพิ่มความละเอียดอ่อนในการรับรู้ และประมวลข้อมูลเพื่อตัดสินใจแก้ปัญหาที่เขาจะต้องเผชิญด้วยตัวเองได้  สามารถจดบันทึก และสื่อสารสิ่งที่เขาเรียนรู้ได้ด้วยความเข้าใจ

แล้วเปิด lab กันสดๆ แบบนี้สร้างความตื่นเต้นและสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กๆ ได้ดี






การเรียนรู้ของนักเรียน จากงานชื่นใจฯ


  • การทำชื่นใจฯ ในรูปแบบนี้เป็นการฝึกการทำงานระยะยาว (ประมาณ 10-13 สัปดาห์)  ซึ่งต้องทำแผนการเป็นขั้นตอน ฝึกความรับผิดชอบในการมาพบครูที่ปรึกษา ฝึกคาดเดาว่าจะเจออุปสรรคอะไร  เตรียมแก้ปัญหาหรือหาทางออกไว้ และจะได้งานที่ลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ 
  • กลุ่มที่อาการหนักที่สุดมีประมาณ 20% ที่ยังไม่สามารถพัฒนาทักษะการทำงานและการเรียนรู้ไ้ด้ตามที่เราคาดหวังเพราะยังบริหารเวลาไม่ได้  ไม่มาพบครู และมาเร่งทำในตอนปลายทาง  บางรายแก้ปัญหาด้วยการให้ที่บ้านช่วย ก็เลยต้องมาทำกันใหม่ช่วงปิดเทอม  แต่ปีนี้ นักเรียนชั้น 8 และ 9 เข้าใจว่าต้องทำอะไรบ้าง เช่นเดียวกับคุณครูที่มีประสบการณ์มากขึ้น
  • เทอมนี้  คุณครูจะไม่ค่อยตามเด็กชั้น 8 และชั้น 9 มาพบแล้ว  แต่เด็กจะต้องมาพบครูเองตามเวลาที่นัดกัน  แต่น้องชั้น 7 จะเชิญให้มาพบถ้าไม่เห็นหน้ากัน 2 สัปดาห์ 
  • โดยภาพรวม  เด็กๆ ได้ทดลองเรียนรู้เรื่องที่ตัวเองสนใจ (เพราะโจทย์แรกบอกว่า ให้เลือกเรื่องที่สนใจ เป็นเรื่องอะไรก็ได้ แล้วมาคุยกับครูเพื่อทำให้มี focus มากขึ้น เช่น คนทำเรื่องโค๊กเหมือนกัน พบว่า คนหนึ่งสนใจเชิงธุรกิจ อีกคนสนใจเชิงเคมี)  เมื่อได้อยู่กับเรื่องนี้ประมาณ 10 สัปดาห์ ก็พอจะบอกได้ว่า แนวนี้ใช่หรือไม่ใช่  ถ้ายังไม่มั่นใจจะลองทำต่อเนื่องในเทอมหน้าก็ไม่ว่ากัน
  • ระหว่างทำงานด้วยกัน  คุณครูเห็นพัฒนาการที่ดีมาก (ไม่ใช่เฉพาะแค่วันนำเสนอ) โดยเฉพาะการแก้ปัญหาอุปสรรคซึ่งเด็กได้เผชิญด้วยตัวเอง มีคุณครูเป็นที่ปรึกษา  เด็กหลายคนเกิดอาการ "อ๋อ ... เออ ใช่ ... งั้นหนูจะไปทำตรงนี้เพิ่มดีมั้ยคะ"
    แบบบันทึกใบที่ 1 ต้องเขียนสัปดาห์ละ 1 ครั้ง  ดังนั้นก็จะมีอย่างน้อย 4 ใบ
    แบบบันทึกใบที่ 3  ซึ่งส่วนมากจะใช้สรุปการทำงาน จะมี 1 ใบเป็นอย่างน้อย บางคนบันทึกทุกสัปดาห์ หรือ 2 สัปดาห์
    แบบบันทึกความก้าวหน้า ใบที่ 2 ซึ่งก็จะต้องมี 3 ใบเป็นอย่างน้อย

ผู้ปกครองจะช่วยได้อย่างไร

คุณพ่อคุณแม่จะช่วยได้อย่างไร
  • ช่วงแรก  เราคิดว่า อาจจะต้องเชิญผปค.เข้ามาเป็นที่ปรึกษาโครงงานบ้าง  แต่เมื่อเริ่มต้นทำงานจริง  คุณครูและนักเรียนเองก็บอกว่า อย่าเพิ่ง ขอฝึกทักษะบางตัวเพื่อพัฒนาพื้นฐานที่แข็งแรงก่อนค่อยไปพบมืออาชีพ คิดว่า เทอมหน้าเด็กๆ หลายคนจะพร้อมมากกว่านี้  กับอีกเรื่องคือเวลายังไม่ค่อยตรงกัน 
  • เรื่องที่ผู้ปกครองจะช่วยได้มากคือ 
    • ช่วยให้ลูกเข้าใจประโยชน์และความจำเป็นที่จะต้องมาทำงานกับคุณครูตามนัด  
    • ไม่คาดหวังว่า งานชื่นใจฯ ของลูกจะสุด perfect หาจุดที่จะพัฒนาไม่ได้  
    • ขอให้เชื่อว่า กระบวนการเรียนรู้นี้สำคัญกว่าผลงานเสียอีก (ผลงานดีจากฝีมือแม่ไม่ได้ช่วยลูกเลยค่ะ)
    • ชวนตั้งคำถาม ในเรื่องที่ลูกทำ  ฝึกบริหารเวลา และความรับผิดชอบ
    • ถามหาบันทึกความก้าวหน้า ซึ่งเด็กๆ จะต้องบันทึกเอง  
    • อย่าผิดหวัง หรือ เสียใจถ้าลูกไม่ได้เชิญมางานชื่นใจฯ คราวนี้  เด็กๆ หลายคนไม่มั่นใจ ก็กลัวจะทำให้ผู้ปกครองผิดหวัง  งานนี้เป็นงานที่คุณครูช่วยน้อยมาก และอาจจะถือได้ว่าเป็นการซ้อมใหญ่สำหรับครั้งหน้า  รอบนี้เมื่อนำเสนอเสร็จแล้วเราจะแจก CD กลับไปให้คุณพ่อคุณแม่ดูค่ะ
    • เทอมหน้าคุณพ่อคุณแม่จะได้รับเชิญมาแน่นอน เพื่อให้ลูกๆ ได้ฝึกนำเสนอต่อสาธารณชน
  • เราเก็บคะแนน (80%) มาตลอดจากผลงานที่พัฒนาขึ้นในแต่ละสัปดาห์ กับคะแนนนำเสนอ 20% ดังนั้นถ้ามาพบครูตามปกติ พร้อมกับมีความก้าวหน้า ถึงวันนำเสนอจะกลัวขนาดไหนก็ไม่มีปัญหาแน่นอน  ขณะที่บางคนอาจต้องมาทำงานช่วงปิดเทอมเป็นการสอบแก้ตัวค่ะ
  • ในการนำเสนอ  คุณครูจะฝึกให้นักเรียนเน้นประเด็นสำคัญใน 3 นาทีแรก แล้วค่อยขยายความในเวลาที่เหลือ  บางคนจะใช้ powerpoint  บางคนอาจทำการทดลอง บางคนก็มีวิธีการนำเสนอที่ตัวเองอยากลอง ฯลฯ 
แบบบันทึกการประเมินผล ซึ่งนักเรียนและครูที่ปรึกษากำหนดตามเป้าหมายการพัฒนารายคน

9.11.2011

ตารางเวลานำเสนอโครงงานชื่นใจ ชั้น 7

เพื่อไม่ต้องหยุดเรียนเพื่อมาทำชื่นใจฯ  คุณครูได้จัดตารางเวลาใหม่  เราเรียกกันภายในว่าตาราง B ซึ่งจะย่นเวลาของแต่ละคาบลง 10 นาที  นักเรียนก็จะได้เริ่มนำเสนองานของตัวเองประมาณ 14:40 น. และใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ก็ทำให้แต่ละวันเลิกได้ประมาณ 16:40 น. อย่างช้าไม่เกิน 17:00 น.ทุกวัน  ในวันสุดท้าย ถ้าฝนไม่ตก พี่ชั้น 9 จะรวมตัวกันแสดงดนตรีของชมรมดนตรีด้วย  เป็นการปิดงานชื่นใจได้เรียนรู้ครั้งที่ 1  ก่อนที่จะเริ่มตั้งอกตั้งใจเตรียมตัวสอบ Final ของเทอมฉันทะ-วิริยะ วันที่ 3 ตุลาคม 2554


ในการนำเสนองานชื่นใจฯ  เราจะตั้งกล้องวิดีโอไว้เพื่อให้แต่ละคนกลับไปวิเคราะห์การนำเสนอของตัวเอง แล้วให้คะแนนซึ่งจะมาพิจารณารวมกับคะแนนจากคุณครูที่ปรึกษา และกรรมการ และวางเป้าหมายการพัฒนาตนเองในเทอมต่อไป  (คลิกที่ตารางจะขยายให้ใหญ่ขึ้นค่ะ)


ตารางนำเสนอ ของชั้น 7 กลุ่ม 2


ชั้น 7 กลุ่ม 1